การเมือง การปกครองของล้านนา ในสมัยนั้น

หลังจากอาณาล้านาโดยหัวเมืองต่างๆ เช่่น นครเชียงใหม่, นครลำปาง, นครลำพูน รวมถึงหัวเมืองเหนือต่างๆ จะยอมรวมอาณาจักรกับสยามแล้วทว่าการปกครองก็แตกต่างกันไปตามสมัย เช่น ในสมัยกรุงธนบุรี พระเจ้าตากสิน ปฏิบัติต่อหัวเมืองล้านนาอย่างเข็มงวดมีการตัดสินโทษที่รุนแรงต่อเจ้าเมืองเหนือที่ปฏิบัติผิด เช่น ลงโทษโดยการเฆี่ยน 100 ที รวมถึงจำคุก ซึ่งเมื่อถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ไม่มีหลักฐานปรากฏการลงโทษและการปฏิบัติต่อหัวเมืองเหนือที่รุนแรงแต่อย่างใด ซึ่งอย่างมากจะมีการลงโทษโดยการกักตัวเจ้าเมืองที่กรุงเทพเท่านั้น ซึ่งในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์นั้นสยามยังถูกรุกรานจากพม่าบ่อยครั้งและต้องได้รับความช่วยเหลือจากล้านนาในสมัยนั้น ซึ่งความสัมพันธ์นั้นก็เป็นไปอย่างราบรื่น มีการผูกมิตรและการดูแลกันและกันเรื่อยๆมา ซึ่งแม้ว่าล้านนาจะรวมสยามเป็นหนึ่งเดียวแล้ว ทว่าการปกครอง การเมืองในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์นั้น สยามไม่ได้ปกครองโดยตรงและไม่เคยเข้ามาแทรกแซงการปกครองตามนครทางเหนือเลย ซึ่งหัวเมืองเหนือยังคงปกครองในรูปแบบของการปกครองตนเองลักษณะนครรัฐ ซึ่งมีการแบ่งแยกเป็นนครรัฐต่างๆ ประกอบกับเส้นทางระหว่างสยามและล้านนาในสมัยนั้นถูกกั้นด้วยเทือกเขาสูง การเดินทางที่ยากลำบาก

สำหรับการนับถือศาสนา ส่วนใหญ่ประชาชนทางหัวเมืองเหนือ หรือ ล้านนา นับถือศาสนาพุทธนอกจากนี้แล้วตามความเชื่อในของชาวภาคเหนือนั้นยังมีการนับถือผีตามความเชื่อโบราณ ที่เกี่ยวกับการนับถือบรรพบุรุษผู้ล่วงลับและการเลี้ยงผีป่า ผีบ้านผีเรือน รวมถึงการเลี้ยงผีเกี่ยวกับคุณไสย์ มนต์ดำในสมัยนั้น จะเห็นว่าบ้านเรือนต่างๆทางภาคเหนือนั้นมีการเซ่นไหว้ และการสร้างบ้านที่แตกต่างกันไปตามความเชื่อ ซึ่งต่อมาศาสนาพุทธได้มีการเผยแพร่มากขึ้นโดยนครเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางจะเห็นว่ามีการสร้างวัดต่างๆมากมาย สร้างคุ้มหลวง เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจและบ้านเมืองในสมัยนั้น

ประวัติศาสตร์นครเชียงใหม่ และ สยาม

จังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบันนั้นเป็นพื้นที่หนึ่งของจังหวัดในประเทศไทย ในสมัยอดีตที่ยังไม่มีการสถาปนาเป็นจังหวัดนั้น เชียงใหม่เป็นเมืองหนึ่งทางภาคเหนือที่เรียกกันว่า แคว้นล้านนา ในสมัยนั้นซึ่งมีการเมืองการปกครองที่แตกต่างจากในปัจจุบันมาก ในสมัยก่อนเชียงใหม่มีชื่อเรียกว่า รัตนติงสาอภินวปุรีสรีคุรุรัฎฐพระนครเชียงใหม่ หรือ นครเชียงใหม่ เป็นอาณาจักรหนึ่งทางภาคเหนือซึ่งในตอนนั้นประเทศไทยถูกเรียกว่า สยาม และนครเชียงใหม่จะถูกเรียกว่าหัวเมืองเหนือในช่วงปี พ.ศ. 2317 หลังจากอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา 7 ปี สันนิฐานว่านครเชียงใหม่ได้รับอิทธิพลมาจากพม่าในช่วงอาณาจักรล้านนา ซึ่งเป็นหนึ่งในอาณาจักรทางภาคเหนือที่เจริญรุ่งเรื่องทางวัฒนธรรมมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 19 โดยมีอาณาเขตที่กว้างใหญ่มากครอบคลุมตั้งแต่พื้นที่ภาคเหนือตอนบนของไทย, สปป.ลาว, พม่า, ทางตอนใต้ของจีน อาณาจักรล้านนานั้นมักเกิดความขัดแย้งระหว่างอาณาจักรอยุธยาในสมัยนั้นและเกิดการทำศึกสงครามบ่อยครั้ง ทว่าอาณาจักรล้านนาไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของอยุธยาเลย จนกระทั่งหลังสิ้นสุดอาณาจักรอยุธยา อาณาจักรล้านนาก็ตกเป็นเอกราชของพม่าและมีการนำอธิพลต่างๆเข้ามา เช่น อาคารบ้านเรือน, วัดต่างๆ ที่มีศิลปะแบบพม่าในตอนนั้น จนกระทั่งสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรีซึ่งช่วยทำสงครามและยึดอาณาจักรล้านนาคืนจากพม่าได้

สำหรับนครเชียงใหม่เองนั้น นับตั้งแต่ช่วงนั้นมักมีปัญหาขัดแย้งกับทางสยามบ่อยครั้ง เนื่องจากการรวมดินแดนและการล่าอาณานิคมของอังกฤษในสมัยนั้นซึ่งมักมีการเมืองที่ดุเดือดอย่างมากในตอนนั้น ประกอบกับการขยายอาณาเขตของอาณาจักรอังกฤษซึ่งตอนนั้นพม่าบางส่วนได้เสียดินแดนให้กับอังกฤษในที่สุด ซึ่งในปี พ.ศ. 2416 พระนรินทรราชเสนี (พุ่ม ศรีไชยยันต์) ซึ่งรับหน้าที่ดูแลหัวเมืองเหนือสามเมืองได้แก่ เชียงใหม่, ลำปาง, ลำพูน ในตอนนั้นเกิดปัญหาการรุกรานจากพม่าที่เข้าโจมตีหัวเมืองล้านนา โดยทางสยามจึงยกทัพทหารขึ้นไปจัดการและช่วยเหลือหัวเมืองในตอนนั้นและขับไล่พม่าออกไปได้สำเร็จ หลังจากนั้น หัวเมืองเหนือต่างๆ ก็ยอมรับในอำนาจของสยามและยอมร่วมสัมพันธ์กับสยาม รวมถึงรวมอาณาจักรในที่สุด ซึ่งหัวเมืองเหนือยอมขึ้นกับสยามในฐานะ เมืองสวามิภักดิ์ มิใช่ เมืองขึ้น

อุทยานหลวงราชพฤกษ์

การได้ไปเที่ยวชมความงามของธรรมชาติและดอกไม้งามๆ หลากหลายสายพันธุ์ ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ นั้นบอกเลยว่า ไปครั้งเดียวก็ไม่พอ ไปครั้งเดียวก็เที่ยวไม่หมด และช่วงนี้ก็เริ่มเข้าหน้าหนาวแล้ว ดอกไม้งามๆ คงเบ่งบานรอเราไปชมความงามกันแล้ว แต่จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ตามมาดูกันเลยอุทยานหลวงราชพฤกษ์ หรือชื่อเดิม สวนเฉลิมพระเกียรติ ราชพฤกษ์ เป็นสวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ พื้นที่กว่า 468 ไร่ ตั้งอยู่ ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เคยใช้เป็นสถานที่ที่ใช้จัดงาน มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 และ มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 ที่มีดอกไม้งามหลากหลายสายพันธุ์ ชูช่อ เบ่งบานนับแสนนับล้านดอกอุทยานหลวงราชพฤกษ์ จัดสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 พรรษาในวันที่ 9 มิถุนายน 2549 และทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษาในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ศูนย์กลางการเรียนรู้พืชสวนโลก และวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่และประเทศไทย  มีการจัดแสดงพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด การจัดแสดงนิทรรศการด้านการเกษตรและอื่น ๆ เพื่อการเรียนรู้สำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป เพื่อการศึกษางานวิจัย และเป็นแหล่งพบปะกันในกลุ่มเกษตรกร ภายในพื้นที่มีการจัดภูมิสถาปัตย์อย่างสวยงามการตั้งชื่ออุทยานหลวงราชพฤกษ์นั้น หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี องค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวง ได้มีลายพระหัตถ์ถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2552 ขอพระราชทานชื่อสวนซึ่งเป็นสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ว่า สวนหลวงราชพฤกษ์

 

ร้านกาแฟโดดเด่นไม่เหมือนใคร ร้าน Iberry

ที่เชียงใหม่จังหวัดที่มีบรรยากาศที่ทำให้เรามีความสุขได้อย่างแน่นอน นอกจากท่องเที่ยวแล้วหรือการกินก็ตาม ที่นี่เป็นเมืองใหญ่ที่มีความเจริญที่มากที่สุดที่หนึ่งในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ มีครบทุกอย่าง และแน่นอนว่าทุกทีต้องมีร้านเครื่องดื่มที่ทุกคนต้องบอกเลยว่าเป็นเครื่องดื่มที่คุณได้ทานลิ้มลองแล้วต้องบอกเลยว่าทำให้มีความสุขอย่างแน่นอนนั้นคือ กาแฟ วันนี้เราพาทุกท่านไปที่ร้านนี้เป็นที่ต้องบอกเลยว่า มีหลายสาขาในกรุงเทพมหานครมากมายเลยทีเดียว และได้มาเปิดที่นี้นะครับ ที่เชียงใหม่ โดยพี่โน้ต อุดม ที่นี่เป็นอีกที่ที่หนึ่งที่ทุกคนมาสัมผัสกับบรรยากาศทางธรรมชาติที่แสนรมรื่นแล้วทุกคนจะต้องเดินเข้ามาชิมกาแฟที่ดีมีคุณภาพอย่างแน่นอน รสชาติเยี่ยม อร่อยถูกใจคนคอกาแฟเป็นอย่างมากเลยจริงๆ และที่นี้มีเมนูให้เลือกหลากหลายที่น่าลองชิมสัมผัสรสชาติขนานแท้  ไม่ว่าจะเป็น ไอศกรีมที่เป็นแบบสไตล์โฮมเมดที่หลากหลายรสชาติที่คุณต้องเลิอกชิมอย่างแน่นอน ด้วยไอศกรีมที่ต้องบอกเลยว่า อร่อยเต็มไปด้วยคุณภาพ เหมาะสมกับราคาที่คุณเสียเงินไปอย่างดีเลยทีเดียว นอกจากนี้ที่นี้มีสิ่งที่โดดเด่นมากเหลือเกิน สะดุดตาทั้งสองข้าง และทุกคนจะต้องเดินไปจุดๆนั้น นั้นคือ แลนด์มาร์กของร้านนี้ ที่ทุกคนจะต้องหยิบสมาร์ทโฟนของคุณหรือไม่ก็กล้องถ่ายรูปชนิดต่างมาถ่ายรูป ณ จุดๆนี้ อยู่ตรงที่ เจ้าหมาสีชมพูตัวใหญ่ ที่ตั้งอยู่ทางเข้าของร้านที่มีทิวทัศน์ที่ท่ามกลางธรรมชาติ ใครจะรับประทานร้านนี้ต้องรอหน่อยนะครับ เพราะคนเยอะมากมายเลยจริงๆนะ จะต้องยืนรอคิวกันนะครับ

 

ข้าวซอยรสชาติดีไม่เหมือนใคร กับข้าวซอยเสมอใจ

การที่คุณจะหากินอะไรสักอย่างต้องบอกเลยว่า ร้านนี้จะทำให้คุณฟินที่สุดฟินอย่างแน่นอน ถ้าคุณไปเชียงใหม่ร้านนี้คงหาไม่ยากอย่างแน่นอนถ้าคุณอยากที่จะรับประทานมัน ขอบอกเลยว่า เมื่อคุณนำเข้าไปในปากแล้วละก่อนต้องร้องอุทาน ทำไมอร่อยจังเลย ข้าวซอยร้านนี้ต้องบอกเลยว่า เป็นที่ถูกใจถูกปากของคนกรุงอย่างแน่นอนเลยจริงๆหาง่าย สะดวก รวดเร็ว จริงๆร้านนี้ชื่อร้านว่า ร้านข้าวซอยเสมอใจ อยู่ติดกับวัดฟ้าฮ่าม ในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงใหม่เป็นร้านที่เก่าแก่ที่มีชื่อเสียงอันโด่งดังเหลือเกินเหล่าหมู่นักท่องเที่ยวแล้ว ข้าวซอยร้านนี้ต้องบอกเลยว่า ทานง่าย รสชาติอร่อยกลมกล่อม ใครที่ได้มาสัมผัสเชื่อได้เลยว่า คุณกินหมดชามอย่างแน่นอน ร้านนี้โดดเด่นรสชาติอย่างแท้จริงครับ นอกจากนี้ยังมีเมนูให้เลือกสั่งทานมาชิมกันอย่างมากมายเลยจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น ขนมจีนน้ำเงี้ยว ของแท้แบบดั้งเดิมเมืองเหนือ ที่ร้านนี้ตั้งใจพิถีพิถันเลือกวัตถุดิบที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีเพื่อให้ทุกคนได้ทานกันอย่างเอร็ดอร่อย ซึ้งเป็นเมนูที่ใครได้ไปเมืองเหนือต้องไปชิมและสัมผัสกับรสชาติอย่างแน่นอน แอดมินไปเมืองเหนือนะ ยังต้องกิน ขนมจีนน้ำเงี้ยวเลย ที่นี่เขาก็มีไส้อั่วที่อร่อยไม่แพ้ที่ไหนในเชียงใหม่อย่างแน่นอน ด้วยการเลือกส่วนประกอบที่สำคัญและบวกกับการทำไส้อั้วที่มีคุณภาพแล้วละก่อน ที่นี้จะทำให้คุณต้องสั่งไส้อั่วเพิ่มมาทานอย่างแน่นอนหรือก็ซื้อกลับบ้านไปฝากคนที่เรารักได้ทานกันอีกด้วยนะครับ เก๋ไม่เบาเลยนะครับ หมูสะเต๊ะ ที่อร่อยสามารถนั่งทานเล่นกันก่อนหรือเป็นกับแกล้มได้เลยนะครับ

ฮังเลอร่อย รสชาติเยี่ยม กับ เฮือนใจ๋ยอง ณ เชียงใหม่

พูดถึงเชียงใหม่ต้องบอกเลยว่าเป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวอย่างมากมายไม่ว่าเป็น ดอยต่างๆ เช่น ดอยอินทนนท์ ดอยสุเทพ และที่ต่างๆอีกมากมาย  แต่ที่เชียงใหม่ต้องบอกเลยว่าที่นี้มีอาหารที่น่าลิ้มลองลิ้มรสอย่างมากมายเลยนะครับ ที่นี่เป็นอีกหนึ่งที่ที่ต้องบอกเลยว่าเป็นแหล่งกินที่หนึ่งของประเทศไทยที่มีให้เลือกที่หลากหลายมากมายก่ายกองเหลือเกินนะครับ วันนี้แอดมินพาไปกินอาหารเหนือแบบดั้งเดิมเลยนะครับ ที่ร้านนี้เลย กับร้าน เฮือนใจ๋ยอง เป็นร้านอาหารแบบเหนือล้านนาขนาดแท้เลยกว่าได้ ที่มีบรรยากาศที่ดีมากเลยร้านหนึ่งในเชียงใหม่ที่ทำให้พลพรรคนักท่องเที่ยวต้องมาสัมผัสกับเมืองเหนือที่มีอากาศที่ดีแล้ว และยังได้สัมผัสกับอาหารที่มีรสชาติอร่อยกับร้านนี้อย่างแน่นอนเลยจริง รสชาติอาหารที่นี่ก็ไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน กลมกล่อมทุกอย่าง แม้กระทั้งเมนูเด็ดๆที่ทุกคนต้องลิ้มลอง ไส้อั่วที่อร่อยกว่าที่อื่นๆอีกร้านนี้ต้อนรับทุกคนที่มาเยี่ยมมาเยือนกันมาอย่างไม่ขาดไม่สายกันเลย ในช่วงเทศกาลที่ต้องบอกเลยว่า ร้านอาหารที่คนเยอะมากมายเลยทีเดียว  ต้องยกนิ้วให้ กับเมนูอาหารที่ต้องบอกเลยว่า รสชาติอร่อยมากเลยทีเดียว ราคาหรอต้องพูดเลยว่า ไม่แพงอย่างที่คิด จานอาหารไม่ใหญ่มากไม่เล็กมาก แน่นอนว่าทุกคนมาลิ้มรสร้านนี้แล้วละก่อนต้องสั่งทานอย่างแน่นอนสามารถสั่งได้หลายๆอย่างด้วยนะครับ เมนูที่ต้องบอกเลยว่า แกงฮังเลต้องบอกเลยว่า อร่อยมากมาย รสชาติเยี่ยม โอ้วมันเยี่ยมไปเลย ยกนิ้วให้ อยากชิมมาเลยนะครับ ที่ร้านเฮือนใจ๋ยอง

ที่สุดของที่สุด กับบะหมี่ซุ้มเฮียฮ๋ง

แน่นอนว่าในจังหวัดเชียงใหม่และละแวกใกล้เคียงคงไม่มีใครไม่รู้จักกับร้านอาหารร้านนี้เลย ด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครและยากที่จะเหมือนด้วย 5555 + ร้านนี้ขายบะหมี่ที่ครองใจคนทุกเพศทุกวัยอย่างแน่นอน กับร้าน “ร้านซุ้มเฮียฮ๋ง”ที่จังหวัดเชียงใหม่ พูดได้เลยว่า หลายคนคงเจอปัญหามาหนักต่อหนักแล้วไม่ว่าจะเป็น ส่งผิดเมนูบ้างละ หรือแย่งคิวกัน แต่ที่ต้องบอกเลยว่าไม่มีอย่างแน่นอนไม่ว่าคุณจะมาก่อนหรือหลัง เมื่อถึงคิวเข้าไปนั่งในร้าน ลูกค้าทุกคนไม่มีสิทธิที่จะสั่งเลยจะต้องให้เจ้าของร้านเป็นคนรับออเดอร์ด้วยตนเอง เมื่อถึงเวลาเมื่อไหร่ เจ้าของร้านที่ชื่อเฮียฮ๋ง จะประกาศชื่อเมนูต่าง และให้ลูกค้ายกมือ ว่าจะสั่งชุดนี้ และทุกคนก็จะได้พร้อมกัน โดยไม่มีใครโวยวายแม้สักคนเดียว ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในสไตล์ของเจ้าของร้านอย่างเฮียฮ๋ง หลายคนมองว่าเป็นคนพูดจาห้วนๆ พูดจาหยาบคาย จนหลายคนกลัวไปเลย จนไม่กล้าถาม ที่จริงเฮียแกเป็นคนน่ารัก จิตใจดี ขี้เล่นและมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีต่อทุกคนที่เข้ามากินบะหมี่ของเฮียเขาอ่ะนะ ที่นี่ไม่เหมือนใครด้วยเมนูบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงราดน้ำหมูแดงที่ตั้งชื่อแปลกจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่โดยปริยายไปเลย ไม่ว่าคุยจะมาคนเดียวจะมาแบบคู่หรือจะมาแบบหมู่คณะ เฮียแกจัดให้กับทุกคนถึงที่เลยทีเดียว  มีเมนูที่ต้องบอกเลยว่า ไม่ขอบอกชื่อดีกว่าเป็นเมนูที่ใหญ่มากจานยักษ์เลยทีเดียว ถ้าใครอยากลองไปกันได้เลย ร้านซุ้มเฮียฮ๋ง จังหวัดเชียงใหม่

ชมวัดในหมอก พระธาตุดอยนก

ใครมาเชียงใหม่ก็นึกพระธาตุดอยสุเทพ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของเชียงใหม่ซึ่งมีจำนวนผู้เยี่ยมชมมากมายทุกปี ซึ่งการเดินทางขึ้นพระธาตุดอยสุเทพนั้นมีมากมาย ทั้งการขับรถขึ้นไปเองที่เส้นทางสามารถเดินทางได้สะดวกรวมถึงการนั่งรถรับจ้างขึ้นไป แต่หากมีพระธาตุอีกแห่งหนึ่งที่น้อยคนได้ขึ้นไปสัมผัส คือ พระธาตุดอยนก

ถือว่าเป็นอีกสถานที่แห่งหนึ่งที่การเดินทางนั้นต้องใช้ความสามารถพอตัว ซึ่งการเดินทางนั้นต้องขึ้นเขาที่มีความสูงชันในเขต อำเภอสะเมิง เชียงใหม่ ซึ่งในสะเมิงนั้นถือว่าเส้นทางมีโค้งที่สูงชันและเส้นทางที่ผู้ชำนาญถึงจะไปได้ ดังนั้นแล้วหากใครที่จะไปเยี่ยมชมควรเดินทางอย่างระมัดระวัง พระธาตุดอยนก มีประวัติของชาวบ้านเล่าว่า บนดอยนั้นมีสระน้ำขนาดใหญ่และมีนกมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งว่ากันว่าในคืนวันเพ็ญนั้นชาวบ้านเห็นแสงบางอย่างสว่างมาจากสระน้ำแห่งนั้นเหมือนมีคนมาเปิดไฟไว้บนนั้นและมีนกจำนวนมาก ชาวบ้านจึงตั้งชื่อว่า ดอยนก ต่อมาชาวบ้านเชื่อว่าแสงไฟนั้นมาจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แปลงกายมาเป็นนกเพื่อปกป้องสระน้ำแห่งนี้ ชาวบ้านแม่สาบจึงมีการร่วมกันสร้างพระธาตุขึ้นมาบนยอดดอยและตั้งชื่อว่า พระธาตุดอยนก เพื่อให้ผู้คนมากราบไหว้สักการะ

พระธาตุดอยนกนั้นมีประเพณีของชาวบ้านคือ พิธีสรงน้ำพระ โดยชาวบ้านแม่สาบจะจัดงานพิธีนี้ขึ้นในช่วงเดือน 9 ขึ้น 15 ค่ำของทุกปีหรือประมาณเดือนมิถุนายน จะมีการทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ และการทอดผ้าป่าสามัคคีรวมถึงการแข่งขันบั้งไฟ

 

ชมดอกไม้นานาพันธุ์ ที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าฯ

ที่เชียงใหม่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญที่สวยงามและน่าเที่ยวอีกแห่ง อย่างสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าสนใจมากและมีนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมความงามของพันธุ์ไม้นานาชนิด รวมถึง บรรยากาศโดยรอบที่มีธรรมชาติที่งดงาม

สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เป็นสวนพฤษศาสตร์เพื่อศึกษาพันธุ์ไม้และดอกไม้นานาพันธุ์ อยู่ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ สวนแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2526 ซึ่งในช่วงแรกสวนแห่งนี้อยู่ในการดูแลของ กรมป่าไม้ ต่อมาในปี พ.ศ.2535 ได้โอนมาให้องค์การสวนพฤษศาสตร์ ซึ่งอยู่ในความดูแลของกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มีเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ โดยเริ่มแรกสวนแห่งนี้ถูกตั้งชื่อว่า สวนพฤษศาสตร์แม่สา ซึ่งจุดประสงค์ในการสร้างสวนแห่งนี้เพื่อใช้ในการศึกษาด้านพฤษศาสตร์ต่างๆ ต่อมาในปี พ.ศ.2537 ทางองค์การสวนพฤษศาสตร์ ได้รับพระราชทานพระราชานุญาต จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในชื่อว่า สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

บริเวณทั่วไปของสวนแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอแม่ริม ซึ่งเป็นบริเวณที่มีภูเขาสูงสลับชั้นมีความสูงระหว่าง 300-700 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลซึ่งพื้นที่ดังกล่าวของสวนแห่งนี้เหมาะสมแก่การเพราะปลูก ประกอบด้วยพันธุ์ไม้หายาก พฤกษานานาชนิด ซึ่งในพื้นที่มีการจัดแสดงพันธุ์ไม้ในอาคารเรือนกระจกซึ่งได้รวบรวมพรรณไม้ต่างๆจากทั่วโลกมาไว้ที่แห่งนี้โดยภายในตัวอาคารมีการใช้เทคโนโลยีควบคุมความชื้น รวมถึงการจัดโซนของพืชทะเลทราย ไม้น้ำ เฟิร์นหายาก รวมถึงกล้วยไม้กว่า 400 ชนิด นอกจากนี้ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติโดยเป็นสะพานทางเดินลอยฟ้าสูง 20 เมตร ยาว 400 เมตรซึ่งเป็นสะพานทางเดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

 

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ สถานที่สำคัญของเชียงใหม่

ที่เชียงใหม่นอกจากจะมีประเพณีต่างๆที่สืบทอดกันมาแต่โบราณแล้ว ยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่าง พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ซึ่งพระตำหนักถูกสร้างขึ้นโดย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งอยู่ที่ดอยบวกห้า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีเนื้อที่ 500 ไร่ ภายในบางส่วนถูกเปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว

พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2504 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเพื่อใช้ในโอกาสมาประทับแรม เพื่อทรงงานและเยี่ยมราษฎรในภาคเหนือ รวมทั้งเพื่อรับรองพระราชอาคันตุกะที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทยในโอกาสต่างๆ เนื่องจากสถานที่มีอากาศที่เย็นสบายและเชียงใหม่เคยเป็นเมืองหลวงมาก่อน อีกทั้งผู้คนยังดำรงขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าแก่ไว้

ส่วนประกอบของพระตำหนัก เป็นรูปแบบการสร้างแบบ เรือนไทยภาคกลาง หรือ เรือนหมู่ ซึ่งสถาปัตยกรรมแบบประยุกต์ ก่ออิฐถือปูน พื้นยกสูงหลังคาทรงไทย ภายในประกอบด้วยท้องพระโรง ห้องเสวย ห้องบรรทม ห้องสรง รวมถึงส่วนที่ประทับของพระราชอันคาตุกะ ซึ่งมีเฉลี่ยงใหญ่และพลับพลาหอนอนพร้อมกับชมทัศนีย์ภาพที่สวยงามของเมืองเชียงใหม่ นอกจากนี้บริเวณโดยรอบของพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ประกอบด้วยสถานที่อื่นมากมายๆ เช่น พระตำหนักพฤกษาวิสุทธิคุณ, พระตำหนักยูคาลิปตัส 1, เรือนปีกไม้, เรือบรับรอง, พลับพลาผาหมอน, อ่างเก็บน้ำ น้ำพุทิพย์ธาราของปวงชน, พระตำหนักยูคาลิปตัส 2, สวนสุวรีและหอพระ ซึ่งบริเวณเปิดให้เยี่ยมชมช่วงเวลา 08.30-16.30 น. โดยมีกฏข้อห้ามต่างๆให้นักท่องเที่ยวในการเยี่ยมชมพระตำหนัก