ชมวัดในหมอก พระธาตุดอยนก

ใครมาเชียงใหม่ก็นึกพระธาตุดอยสุเทพ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของเชียงใหม่ซึ่งมีจำนวนผู้เยี่ยมชมมากมายทุกปี ซึ่งการเดินทางขึ้นพระธาตุดอยสุเทพนั้นมีมากมาย ทั้งการขับรถขึ้นไปเองที่เส้นทางสามารถเดินทางได้สะดวกรวมถึงการนั่งรถรับจ้างขึ้นไป แต่หากมีพระธาตุอีกแห่งหนึ่งที่น้อยคนได้ขึ้นไปสัมผัส คือ พระธาตุดอยนก

ถือว่าเป็นอีกสถานที่แห่งหนึ่งที่การเดินทางนั้นต้องใช้ความสามารถพอตัว ซึ่งการเดินทางนั้นต้องขึ้นเขาที่มีความสูงชันในเขต อำเภอสะเมิง เชียงใหม่ ซึ่งในสะเมิงนั้นถือว่าเส้นทางมีโค้งที่สูงชันและเส้นทางที่ผู้ชำนาญถึงจะไปได้ ดังนั้นแล้วหากใครที่จะไปเยี่ยมชมควรเดินทางอย่างระมัดระวัง พระธาตุดอยนก มีประวัติของชาวบ้านเล่าว่า บนดอยนั้นมีสระน้ำขนาดใหญ่และมีนกมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งว่ากันว่าในคืนวันเพ็ญนั้นชาวบ้านเห็นแสงบางอย่างสว่างมาจากสระน้ำแห่งนั้นเหมือนมีคนมาเปิดไฟไว้บนนั้นและมีนกจำนวนมาก ชาวบ้านจึงตั้งชื่อว่า ดอยนก ต่อมาชาวบ้านเชื่อว่าแสงไฟนั้นมาจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แปลงกายมาเป็นนกเพื่อปกป้องสระน้ำแห่งนี้ ชาวบ้านแม่สาบจึงมีการร่วมกันสร้างพระธาตุขึ้นมาบนยอดดอยและตั้งชื่อว่า พระธาตุดอยนก เพื่อให้ผู้คนมากราบไหว้สักการะ

พระธาตุดอยนกนั้นมีประเพณีของชาวบ้านคือ พิธีสรงน้ำพระ โดยชาวบ้านแม่สาบจะจัดงานพิธีนี้ขึ้นในช่วงเดือน 9 ขึ้น 15 ค่ำของทุกปีหรือประมาณเดือนมิถุนายน จะมีการทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ และการทอดผ้าป่าสามัคคีรวมถึงการแข่งขันบั้งไฟ

 

ชมดอกไม้นานาพันธุ์ ที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าฯ

ที่เชียงใหม่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญที่สวยงามและน่าเที่ยวอีกแห่ง อย่างสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าสนใจมากและมีนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมความงามของพันธุ์ไม้นานาชนิด รวมถึง บรรยากาศโดยรอบที่มีธรรมชาติที่งดงาม

สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เป็นสวนพฤษศาสตร์เพื่อศึกษาพันธุ์ไม้และดอกไม้นานาพันธุ์ อยู่ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ สวนแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2526 ซึ่งในช่วงแรกสวนแห่งนี้อยู่ในการดูแลของ กรมป่าไม้ ต่อมาในปี พ.ศ.2535 ได้โอนมาให้องค์การสวนพฤษศาสตร์ ซึ่งอยู่ในความดูแลของกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มีเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ โดยเริ่มแรกสวนแห่งนี้ถูกตั้งชื่อว่า สวนพฤษศาสตร์แม่สา ซึ่งจุดประสงค์ในการสร้างสวนแห่งนี้เพื่อใช้ในการศึกษาด้านพฤษศาสตร์ต่างๆ ต่อมาในปี พ.ศ.2537 ทางองค์การสวนพฤษศาสตร์ ได้รับพระราชทานพระราชานุญาต จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในชื่อว่า สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

บริเวณทั่วไปของสวนแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอแม่ริม ซึ่งเป็นบริเวณที่มีภูเขาสูงสลับชั้นมีความสูงระหว่าง 300-700 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลซึ่งพื้นที่ดังกล่าวของสวนแห่งนี้เหมาะสมแก่การเพราะปลูก ประกอบด้วยพันธุ์ไม้หายาก พฤกษานานาชนิด ซึ่งในพื้นที่มีการจัดแสดงพันธุ์ไม้ในอาคารเรือนกระจกซึ่งได้รวบรวมพรรณไม้ต่างๆจากทั่วโลกมาไว้ที่แห่งนี้โดยภายในตัวอาคารมีการใช้เทคโนโลยีควบคุมความชื้น รวมถึงการจัดโซนของพืชทะเลทราย ไม้น้ำ เฟิร์นหายาก รวมถึงกล้วยไม้กว่า 400 ชนิด นอกจากนี้ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติโดยเป็นสะพานทางเดินลอยฟ้าสูง 20 เมตร ยาว 400 เมตรซึ่งเป็นสะพานทางเดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

 

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ สถานที่สำคัญของเชียงใหม่

ที่เชียงใหม่นอกจากจะมีประเพณีต่างๆที่สืบทอดกันมาแต่โบราณแล้ว ยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่าง พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ซึ่งพระตำหนักถูกสร้างขึ้นโดย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งอยู่ที่ดอยบวกห้า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีเนื้อที่ 500 ไร่ ภายในบางส่วนถูกเปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว

พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2504 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเพื่อใช้ในโอกาสมาประทับแรม เพื่อทรงงานและเยี่ยมราษฎรในภาคเหนือ รวมทั้งเพื่อรับรองพระราชอาคันตุกะที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทยในโอกาสต่างๆ เนื่องจากสถานที่มีอากาศที่เย็นสบายและเชียงใหม่เคยเป็นเมืองหลวงมาก่อน อีกทั้งผู้คนยังดำรงขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าแก่ไว้

ส่วนประกอบของพระตำหนัก เป็นรูปแบบการสร้างแบบ เรือนไทยภาคกลาง หรือ เรือนหมู่ ซึ่งสถาปัตยกรรมแบบประยุกต์ ก่ออิฐถือปูน พื้นยกสูงหลังคาทรงไทย ภายในประกอบด้วยท้องพระโรง ห้องเสวย ห้องบรรทม ห้องสรง รวมถึงส่วนที่ประทับของพระราชอันคาตุกะ ซึ่งมีเฉลี่ยงใหญ่และพลับพลาหอนอนพร้อมกับชมทัศนีย์ภาพที่สวยงามของเมืองเชียงใหม่ นอกจากนี้บริเวณโดยรอบของพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ประกอบด้วยสถานที่อื่นมากมายๆ เช่น พระตำหนักพฤกษาวิสุทธิคุณ, พระตำหนักยูคาลิปตัส 1, เรือนปีกไม้, เรือบรับรอง, พลับพลาผาหมอน, อ่างเก็บน้ำ น้ำพุทิพย์ธาราของปวงชน, พระตำหนักยูคาลิปตัส 2, สวนสุวรีและหอพระ ซึ่งบริเวณเปิดให้เยี่ยมชมช่วงเวลา 08.30-16.30 น. โดยมีกฏข้อห้ามต่างๆให้นักท่องเที่ยวในการเยี่ยมชมพระตำหนัก