การเมือง การปกครองของล้านนา ในสมัยนั้น

หลังจากอาณาล้านาโดยหัวเมืองต่างๆ เช่่น นครเชียงใหม่, นครลำปาง, นครลำพูน รวมถึงหัวเมืองเหนือต่างๆ จะยอมรวมอาณาจักรกับสยามแล้วทว่าการปกครองก็แตกต่างกันไปตามสมัย เช่น ในสมัยกรุงธนบุรี พระเจ้าตากสิน ปฏิบัติต่อหัวเมืองล้านนาอย่างเข็มงวดมีการตัดสินโทษที่รุนแรงต่อเจ้าเมืองเหนือที่ปฏิบัติผิด เช่น ลงโทษโดยการเฆี่ยน 100 ที รวมถึงจำคุก ซึ่งเมื่อถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ไม่มีหลักฐานปรากฏการลงโทษและการปฏิบัติต่อหัวเมืองเหนือที่รุนแรงแต่อย่างใด ซึ่งอย่างมากจะมีการลงโทษโดยการกักตัวเจ้าเมืองที่กรุงเทพเท่านั้น ซึ่งในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์นั้นสยามยังถูกรุกรานจากพม่าบ่อยครั้งและต้องได้รับความช่วยเหลือจากล้านนาในสมัยนั้น ซึ่งความสัมพันธ์นั้นก็เป็นไปอย่างราบรื่น มีการผูกมิตรและการดูแลกันและกันเรื่อยๆมา ซึ่งแม้ว่าล้านนาจะรวมสยามเป็นหนึ่งเดียวแล้ว ทว่าการปกครอง การเมืองในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์นั้น สยามไม่ได้ปกครองโดยตรงและไม่เคยเข้ามาแทรกแซงการปกครองตามนครทางเหนือเลย ซึ่งหัวเมืองเหนือยังคงปกครองในรูปแบบของการปกครองตนเองลักษณะนครรัฐ ซึ่งมีการแบ่งแยกเป็นนครรัฐต่างๆ ประกอบกับเส้นทางระหว่างสยามและล้านนาในสมัยนั้นถูกกั้นด้วยเทือกเขาสูง การเดินทางที่ยากลำบาก

สำหรับการนับถือศาสนา ส่วนใหญ่ประชาชนทางหัวเมืองเหนือ หรือ ล้านนา นับถือศาสนาพุทธนอกจากนี้แล้วตามความเชื่อในของชาวภาคเหนือนั้นยังมีการนับถือผีตามความเชื่อโบราณ ที่เกี่ยวกับการนับถือบรรพบุรุษผู้ล่วงลับและการเลี้ยงผีป่า ผีบ้านผีเรือน รวมถึงการเลี้ยงผีเกี่ยวกับคุณไสย์ มนต์ดำในสมัยนั้น จะเห็นว่าบ้านเรือนต่างๆทางภาคเหนือนั้นมีการเซ่นไหว้ และการสร้างบ้านที่แตกต่างกันไปตามความเชื่อ ซึ่งต่อมาศาสนาพุทธได้มีการเผยแพร่มากขึ้นโดยนครเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางจะเห็นว่ามีการสร้างวัดต่างๆมากมาย สร้างคุ้มหลวง เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจและบ้านเมืองในสมัยนั้น

ประวัติศาสตร์นครเชียงใหม่ และ สยาม

จังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบันนั้นเป็นพื้นที่หนึ่งของจังหวัดในประเทศไทย ในสมัยอดีตที่ยังไม่มีการสถาปนาเป็นจังหวัดนั้น เชียงใหม่เป็นเมืองหนึ่งทางภาคเหนือที่เรียกกันว่า แคว้นล้านนา ในสมัยนั้นซึ่งมีการเมืองการปกครองที่แตกต่างจากในปัจจุบันมาก ในสมัยก่อนเชียงใหม่มีชื่อเรียกว่า รัตนติงสาอภินวปุรีสรีคุรุรัฎฐพระนครเชียงใหม่ หรือ นครเชียงใหม่ เป็นอาณาจักรหนึ่งทางภาคเหนือซึ่งในตอนนั้นประเทศไทยถูกเรียกว่า สยาม และนครเชียงใหม่จะถูกเรียกว่าหัวเมืองเหนือในช่วงปี พ.ศ. 2317 หลังจากอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา 7 ปี สันนิฐานว่านครเชียงใหม่ได้รับอิทธิพลมาจากพม่าในช่วงอาณาจักรล้านนา ซึ่งเป็นหนึ่งในอาณาจักรทางภาคเหนือที่เจริญรุ่งเรื่องทางวัฒนธรรมมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 19 โดยมีอาณาเขตที่กว้างใหญ่มากครอบคลุมตั้งแต่พื้นที่ภาคเหนือตอนบนของไทย, สปป.ลาว, พม่า, ทางตอนใต้ของจีน อาณาจักรล้านนานั้นมักเกิดความขัดแย้งระหว่างอาณาจักรอยุธยาในสมัยนั้นและเกิดการทำศึกสงครามบ่อยครั้ง ทว่าอาณาจักรล้านนาไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของอยุธยาเลย จนกระทั่งหลังสิ้นสุดอาณาจักรอยุธยา อาณาจักรล้านนาก็ตกเป็นเอกราชของพม่าและมีการนำอธิพลต่างๆเข้ามา เช่น อาคารบ้านเรือน, วัดต่างๆ ที่มีศิลปะแบบพม่าในตอนนั้น จนกระทั่งสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรีซึ่งช่วยทำสงครามและยึดอาณาจักรล้านนาคืนจากพม่าได้

สำหรับนครเชียงใหม่เองนั้น นับตั้งแต่ช่วงนั้นมักมีปัญหาขัดแย้งกับทางสยามบ่อยครั้ง เนื่องจากการรวมดินแดนและการล่าอาณานิคมของอังกฤษในสมัยนั้นซึ่งมักมีการเมืองที่ดุเดือดอย่างมากในตอนนั้น ประกอบกับการขยายอาณาเขตของอาณาจักรอังกฤษซึ่งตอนนั้นพม่าบางส่วนได้เสียดินแดนให้กับอังกฤษในที่สุด ซึ่งในปี พ.ศ. 2416 พระนรินทรราชเสนี (พุ่ม ศรีไชยยันต์) ซึ่งรับหน้าที่ดูแลหัวเมืองเหนือสามเมืองได้แก่ เชียงใหม่, ลำปาง, ลำพูน ในตอนนั้นเกิดปัญหาการรุกรานจากพม่าที่เข้าโจมตีหัวเมืองล้านนา โดยทางสยามจึงยกทัพทหารขึ้นไปจัดการและช่วยเหลือหัวเมืองในตอนนั้นและขับไล่พม่าออกไปได้สำเร็จ หลังจากนั้น หัวเมืองเหนือต่างๆ ก็ยอมรับในอำนาจของสยามและยอมร่วมสัมพันธ์กับสยาม รวมถึงรวมอาณาจักรในที่สุด ซึ่งหัวเมืองเหนือยอมขึ้นกับสยามในฐานะ เมืองสวามิภักดิ์ มิใช่ เมืองขึ้น